หลังพระสงฆ์ปวารณาออกพรรษา เราชาวพุทธมีความปลื้มปีติในฤดูกาลทอดกฐิน มีแผนเดินทางแสวงบุญในสถานที่ต่าง ๆ อีกทั้งยังได้มีเวลาพักผ่อน ได้ไปสถานที่ท่องเทียว ไปสถานที่พระอริยสงงฆ์ หรือปูสนียสถานที่ผู้มีบุญได้สร้างเป็นอนุสรณ์สถานฝากไว้กับแผ่นดิน
การทำบุญกฐิน ถือว่าได้บุญมาก เพราะมิใช่ว่าจะทำได้ตลอดทั้งปี มีฤดูกาลในการทำ คือหลังพระสงฆ์ปวารณาออกพรรษา ในระยะเวลา 1 เดือน เป็นฤดูกาลแห่งกฐิน หรือเราจำกันว่า ฤดูกาลถวายกฐินจะไปสิ้นสุดในวันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทง
ในปีนี้มีความรู้สึกว่าผู้ทำกฐินมีมาก ซองเชิญร่วมทำกฐินมีเยอะ แสดงให้เห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีอุทกภัย ไม่มีประชาชนออกมา ปะซะด่ะ (ประท้วง) บนพื้นที่สาธารณะ หลายปีที่ผ่านมา หากบ้านเมืองเราไม่มีอุปัทภัยต่าง ๆ สยามประเทศช่างงดงาม มีประเพณีวัฒนธรรมอันละเอียด ผู้คนได้มีปกติกระทำตามจารีตประเพณีของตนๆ เช่นในช่วงนี้ทางภาคอีสาน ก็มีประเพณีไหลเรือไฟ ตามประทีป ในกรุงเทพฯ อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เห็นประเพณีการล่องรือถวายผ้ากฐินในสายน้ำเจ้าพระยาของในหลวง หรือการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้ากฐินทางชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราชลมารค....
กระบวนพยุหยาตราชลมารคนี้ เป็นการล่องเรือหลวงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีการเห่เรือ มีการประด้บตกแต่งเรื่อพระที่นั่งอันสวยงาม หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสุขภาพแข็งแรง พสกนิกรชาวไทยจะได้เห็นพระองค์ทรงเรือตามลำน้ำเจ้าพระยา เสด็จทางชลมารคถวายผ้ากฐินตามจารีตประเพณี
ในปีนี้ผมได้รับแจ้งบุญจากต่างแดน ประเทศอังกฤษ วัดไทยพุทธเมตตา จากหลวงพี่ที่เคารพนับถือไปจำพรรษาที่นั้น ในการทำตาลปัต และยามในองค์กฐิน โดยปกติจะมีการปักตัวหนังสือที่ระลึกในตาลปัตและย่าม แต่ปรากฏว่า ภายในสองอาทิตย์ผมไม่สามารถติดต่อร้านเพื่อปักตัวหนังสือเป็นที่ระลึกในงานได้ ร้านค้างรับทำแจ้งว่ามีคิวยาว ทำงานส่งล๊อตใหญ่ไม่ทัน ทุกร้านมีใบสั่งงานล่วงหน้าหมด ไม่สามารถที่จะแทรกได้เลย เป็นที่น่าอัศจรรย์จริงๆ
เมื่อไม่สามารถดำเนินการได้ จึงได้แจ้งหลวงพี่ที่อยู่อังกฤษไปว่า ไม่สามารถปักตัวหนังสือที่ระลึกได้ เหลือเวลาแค่สองวันที่คณะผู้เดินทางจะไปอังกฤษ ยังสรุปเรื่องตาลปัต เรื่องย่ามไม่ได้เลย
เมื่อหลายปีที่แล้วข้าพเจ้าได้ร่วมบุญทำลักษณะเดียวกันไปที่นิวซีแลนด์ ตอนนั้นมีเวลาหลายวัน เลยทำจัดชุดใหญ่ ทำทั้งองค์กฐิน และยามที่ระลึกครบองค์ที่จำพรรษาในวัด พระผู้เดินทางไปด้วยโดยประมาณสิบกว่าชุด ตอนนั้นก็เกิดปัญหาว่าโหลดกระเป๋าเดินทางจะไม่ผ่าน ต้องกระจ่ายวิ่งไปฝากคนโดนบ้างคนนี้บ้าง
ในปีนี้ก็เลยต้องปรึกษาพระอาจารย์ท่านว่า มากไปก็ไม่ดี ไม่มีก็ไม่ได้ จัดแต่พองามจะทำอย่างไรดี ก็มาสรุปกันว่า คงของเก่าไว้ คือไปหาตาลปัตใบลาน แบบเลียบง่าย ด้ามเปลี่ยนเป็นด้ามมุก และมีย่ามสักใบก็พอ และสะดวกกับผู้นำไปด้วย จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปเสาซิงช้า ตะเวนหาตาลปัตใบลาน หาตั้งหลายร้านก็ไม่มี ร้านค้าบอกว่าไม่ค่อยผลิตแล้ว ข้าพเจ้าไม่ลดความพยายาม แม้เวลาใกล้หกโมงเย็นเป็นเวลาที่ร้านค้าใกล้ปิด ได้เป็นไปพบร้านค้าใกล้หัวมุมประตูหน้าร้านปิดไปบานหนึ่งแล้ว ยังมีประตูที่เข้าร้านอีกบาน ผมขออนุญาตเข้าไปสอบถามเจ้าของร้าน ซึ่งเปิดหน้าร้านรอลูกค้ามารับของซึ่งสั่งไว้หลายวันแล้ว หากไม่รอคงจะต้องปิดร้านไปแล้ว
โชคดีที่ยังมีตาลปัตใบลานยังมีอยู่ไม่กี่ชิ้น ข้าพเจ้ารีบตัดสินใจสั่ง และให้เปลี่ยนด้ามไม้เป็นตามมุกทันที กี่สตางค์ก็ไม่รู้ตอนนั้น หาของที่ต้องการอย่างเดียว สรุปว่าได้ตาลปัตใบลาน ด้ามมุก พร้อมย่ามไหม้ และธูปหอมไม่มีกลิ่น พอได้ของแล้วก็รีบกลับส่งอีเมล์บอกท่านหลวงพี่ ว่าได้ของตามที่ต้องการแล้ว ให้ประสานคนรับมารับนำไปส่งผู้ที่จะเดินทางในเย็นวันที่ 1 พ.ย. 2555
บ่ายวันที่ 31 ต.ค. ลูกศิษย์พระอาจารย์โทรมาบอกว่าจะมารับของให้นำไปส่งผู้ที่จะเดินทางไปสนามบิน ให้นำของไปที่ทำงานด้วย เช้าวันที่ 1 จะมารับและนำส่งให้ ก็ได้ตะเตรียมไว้เรียบร้อย พอสาย ๆ หน่อยของวันที่ 1 ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ผู้ที่จะมารับไม่สะบาย ไม่สามารถมารับได้ สอบถามว่าให้ไปส่ง และถามว่าแถวไหน อยู่แถววิภาวดีรังสิต ติดกับดอนเมือง ข้าพเจ้าตกใจนึกว่าอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงาน แถวสาทร เมื่อตั้งสติได้ก้บอกว่าไม่เป็นไร... จะนำไปส่งให้คนที่จะเดินทางเอง ขอให้คนจะเดินทางติดต่อมายังข้าพเจ้า
ไม่นานผู้ที่จะเดินทางไปกับคณะแจ้งว่าพักอยู่แถวมีนบุรี ติดกับสวนสยาม ข้าพเจ้าตกใจเป็นครั้งที่สอง เอาละซิสถานที่แต่ละแห่งไม่ติดกับรถไฟฟ้าเลย ..... จึงติดสินใจว่าจะไปส่งให้ที่สนามบินเอง จะไปถึงกี่ทุ่ม รับทราบว่า ประมาณห้าทุ่มจะถึงสนามบิน ก็ตกลงกันตามนี้ จะไปพบผู้เดินทางห้าทุ่ม
ในใจคิดว่าหลังกลับจากที่ทำงาน อาบน้ำอาบท่าให้สบายและขับรถไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากบ้านไป ไม่ถึงยี่สิบนาทีก้ถึง ก็ทำงานสะบายใจ คราวนี้คงสำเร็จด้วยดี
ประมาณหกโมงเย็น ได้รับแจ้งโทรศัพท์จากคณะผู้เดินให้ไปถึงสนามบินสามทุ่ม คณะทั่วร์เช็คอินสามทุ่ม .... เอาละซิ ข้าพเจ้าเริ่มกังวลใหญ่ งานวันนี้ก็เยอะ ปกติช่วงนี้ก้ออกจากที่ทำงานทุ่ม หรือไม่ก็ทุ่มครึ่ง ข้าพเจ้าจึงวางแผนเดินทางใหม่ ถ้าขับรถไปส่งคงไม่ทันการณ์ บางทีบนท้องถนนเมืองไทยไม่มีอะไรแน่นอน เปลี่ยนเส้นทางไปนั่งรถแอร์พ๊อตลิงค์แทน.... จึงรีบเคลียร์งานให้จบภายในหนึ่งทุ่ม และรีบออกเดินทาง
ติดสินใจไปขึ้นรถแอร์พ๊อตลิงค์ที่สถานีมักกะสัน.... จะหาที่จอดรถได้ก็เกือบสองทุ่ม คณะเดินทางโทรศัพท์มาบอกว่าถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จวนจะเช็คอินแล้ว ข้าพเจ้าก็ยิ่งวิตกกังวลไปใหญ่ เกรงว่าจะไม่ทันคณะเดินทาง พอไปถึงสถานี้ข้าพเจ้าก็รีบซื้อตั่ว ขึ้นไปนั่งรอในรถ นั่งนานสองนานรถก็ยังไม่ออกวิ่งซักที เหลือเวลาแค่สามสิบนาที่จะสามทุ่มแล้ว ซับสนไม่มั่นใจในโบกี่ก็ไม่ค่อยจะมีคน จึงเดินไปถามผู้โดยสารด้วยกัน ว่ารถนี้วิ่งไปสุวรรณภูมิหรือเปล่า ทราบว่าไป.... จึงกลับมานั่งที่เดิม
ในใจก็นั่งสงบจิต กำหนดจิตอธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นเจ้าภาพหลัก ทำบุญกฐิน มาหลายปี เพราะสถานการณ์ ความพร้อมไม่มี ได้ร่วมบุญกฐินบ้างก็เล็กน้อย แม้ว่าการกระทำบุญนี้เป็นสิ่งเล็กน้อย ไม่มีค่าเรือนหมื่นเรือนแสน ขอให้สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจ จงไปถึงสถานที่ทำบุญ ได้ร่วมทำบุญกับพระอาจารย์ที่อย่ต่างแดน และในโอกาสใกล้วันคล้ายวันเกิดของข้าพเจ้า วันที่ 3 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันเสาร์พอดี ก็ขอถือเอาการทำบุญในครั้งนี้ ทำบุญไปพร้อมกัน"
สักพักหนึ่งรถไฟแอร์พ๊อตลิงค์มันก็วิ่ง ๆๆๆ วิ่งไม่ยอมหยุดสักสถานีเลย มีความรู้สึกว่าจอดที่สถานสุวรรณภูมิที่เดียว ข้าพเจ้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบวิ่งตามบันไดเลือนจนไปถึงชั้นสี่ ไปถึงก็สามทุ่มพอดี โทรศัพท์ประสานงานกันแล้วประสานอีก จนแบ๊ตจะหมด เอาละซิหากันไม่เจอะ แม้นัดหมายจุดสำคัญๆ ข้าพเจ้าก็มองหาจนทั่ว.... ที่สุดแล้วก็หาเจอคณะเดินทาง คณะได้เช็คอินบางคนแล้ว และเข้าไปอยู่ข้าในแล้ว จึงได้ฝากบุญ - กฐิน นี้ไปยังต่างแดน......
ปล. ตอนกลับจากสนามบินสุวรรณภูมิ ข้าพเจ้าสงสัยว่า ทำไมคนเยอะจัง และค่ารถทำไมถูกกว่าตอนมา... พี่ รปภ. บอกว่า อ้อ... มันเป็นรถด่วน กับรถแบบธรรดา ถ้าพี่จะไปรถด่วนต้องไปอีกจุดหนึ่ง ตรงนี้เป็นรถธรรมดา จึงลองนั่งกลับไป... ก็ธรรมดาจริงๆ ครับ เหมือนกับรถไฟรางปกติ จอดทุกสถานี มีคนไม่มีไม่รู้ เสียงเปิด - ปิด ประตูดังยิ่งกว่า เปิด - ปิด ท้ายรถสิบล้อ จอดทีตกใจที่
มานั่งนึกอีกที่ ตอนกลับหรือว่าเราหมดบุญเสียแล้ว............

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น